Science




 
          
    
                            โรงเรียนอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ
โครงงาน การศึกษาปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ
Project  A Study of Factors That Affect to Sprouting of Jasmine Rice

          คณะผู้จัดทำ        เด็กหญิง กมลพรรณ   ปิ่นเจริญ
                                  เด็กหญิง กวิสรา   ไชโยธา
                                  เด็กหญิง ชนากานต์   ชัยปัญญา
          คุณครูที่ปรึกษา    คุณครู สมส่า   แก้วหลวง
                                  คุณครู พิทักษ์   ศรีขาว 

          บทคัดย่อ
                  โครงงาน การศึกษาปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ มีวัตถุประสงค์
           เพื่อหาปัจจัยที่ทำให้เมล็ดข้าวงอกได้ดีที่สุดโดยจะศึกษาข้าวหอมมะลิ กข 15 และข้าวหอมมะลิ  105  
           โดยได้แบ่งการทดลองออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ศึกษาการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ กข 15และ
           ข้าวหอมมะลิ 105 พบว่า ข้าวหอมมะลิ กข 15 งอกได้ร้อยละ 66 และข้าวหอมมะลิ 105 งอกได้
           ร้อยละ 70  สรุปได้ว่าข้าวหอมมะลิ 105 มีร้อยละการงอกสูงที่สุด ตอนที่ 2 ศึกษาการงอกของเมล็ด
           ข้าวหอมมะลิ 105 ในสารละลายที่ต่างชนิดกัน พบว่า ข้าวหอมมะลิ 105 ที่แช่ในสารละลายน้ำขี้เถ้า
           งอกได้ร้อยละ 76 แช่ในน้ำซาวข้าว งอกได้ร้อยละ 16 และแช่ในน้ำมะนาว งอกได้ร้อยละ 8
           สรุปว่า ข้าวหอมมะลิ 105 ที่แช่ในสารละลายน้ำขี้เถ้ามีร้อยละในการงอกสูงที่สุด

          สมมุติฐาน
               เมล็ดข้าวหอมมะลิที่แช่ในสารละลายที่ต่างชนิดกัน สามารถงอกได้แตกต่างกัน

          จุดประสงค์
               1. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการงอกของเมล็ดข้าวพันธุ์ข้าว
          ข้าวหอมมะลิ กข 15และ หอมมะลิ 105
               2. เพื่อศึกษาการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ กข 15 และ
          ข้าวหอมมะลิ 105

          ประโยชน์ที่ได้รับ
                1. ช่วยเร่งการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ
                2. เพิ่มปริมาณการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ

          วิธีการดำเนินงาน
          ตอนที่ 1  ศึกษาการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ กข 15
                       และข้าวหอมมะลิ 105
          1. คัดเลือกเมล็ดข้าวพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 15 และข้าวหอมมะลิ 105 โดยคัดเลือกเอาเฉพาะ
          เมล็ดที่สมบูรณ์ และมีขนาดที่เท่าๆกัน ชนิดละ 50 เมล็ด
          2. นำเมล็ดข้าวหอมมะลิ 105 ที่คัดเลือกไว้แล้วไปแช่ในน้ำ ในอัตราส่วน เมล็ดข้าว 50 เมล็ด
          ในน้ำ 100 ml.  ใช้เวลา 12 ชั่วโมง และนำเมล็ดข้าวหอมมะลิ 15 ไปทดลองเช่นเดียวกันกับ
          เมล็ดข้าวหอมมะลิ 105
          3.นำเมล็ดข้าวที่ได้จากการแช่แล้วในข้อ 2 ไปเพาะในผ้าขาวบางที่ชุบน้ำแล้วบิดพอหมาด
          ห่อทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง สังเกตการงอกและบันทึกผลการทดลอง

          ตอนที่ 2 ศึกษาการงอกของเมล็ดข้าวหอมมะลิ 105 ในสารละลายต่างกัน
          1. คัดเลือกเมล็ดข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 200 เมล็ด แบ่งเป็น 4 ชุด ชุดละ 50 เมล็ด
          แล้วทำการทดลอง ดังต่อไปนี้
                  1.1 นำเมล็ดข้าว ชุดที่ 1 แช่ในน้ำจำนวน 100 ml. ใช้เวลา 12 ชั่วโมง
                  1.2 นำเมล็ดข้าวที่ได้จากการแช่แล้วในข้อ 1.1 ไปเพาะในผ้าขาวบางที่ชุบน้ำแล้วบิดพอหมาด
                   ห่อทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง สังเกตการงอกและบันทึกผลการทดลอง
          2. นำเมล็ดข้าวชุดที่ 2-4 ไปทำการทดลองเช่นเดียวกันกับข้อ 1 โดยเปลี่ยนสารละลายที่ใช้แช่
          เมล็ดข้าวจากน้ำ เป็นน้ำขี้เถ้า น้ำซาวข้าว น้ำมะนาว ตามลำดับ 
สรุปผลการดำเนินการ
             1. เมล็ดข้าวหอมมะลิ กข 15 งอกได้ร้อยละ 66 และเมล็ดข้าวหอมมะลิ 105 งอกได้ร้อยละ 70
สรุปได้ว่าข้าวหอมมะลิ 105 มีร้อยละการงอกสูงที่สุด
             2. เมล็ดข้าวหอมมะลิ 105 ที่แช่ในสารละลายน้ำขี้เถ้า งอกได้ร้อยละ76 แช่ในน้ำซาวข้าว
งอกได้ร้อยละ 16 และแช่ในน้ำมะนาว งอกได้ร้อยละ 8 สรุปว่า ข้าวหอมมะลิ 105 ที่แช่ในสารละลายน้ำขี้เถ้า
มีร้อยละในการงอกสูงที่สุด

อภิปรายผลการทดลอง
            ปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สำคัญมี 3 ปัจจัยคือ น้ำ ออกซิเจน และอุณหภูมิ
เมล็ดพันธุ์ข้าวจะงอกได้เมื่อได้รับปัจจัยดังกล่าวที่เหมาะสม และเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่ละชนิดยังต้องการปัจจัย
ในการงอกที่แตกต่างกัน น้ำเป็นปัจจัยแรกที่จะกระตุ้นให้เมล็ดพันธุ์ข้าวตื่นตัว กระตุ้นการเกิดปฏิกิริยาเคมี
และขบวนการเมแทบอลิซึม ในเบื้องต้น เมล็ดพันธุ์ดูดน้ำเข้าไปทำให้เปลือกเมล็ดอ่อนนุ่มและพองโตขึ้น เนื่องจากการขยายของผนังเซลล์และโพรโทพลาสต์  เมื่อเปลือกเมล็ดอ่อนนุ่มทำให้รากแทงผ่านเปลือก
ได้สะดวกมากขึ้น เมล็ดพันธุ์พืชแต่ละชนิดต้องการน้ำสำหรับการงอกแตกต่างกัน บางชนิดหากได้รับน้ำ
มากเกินไปจะทำให้เมล็ดขาดออกซิเจนที่ใช้สำหรับหายใจและทำให้เมล็ดเน่า ในบางชนิด การที่เมล็ดพันธุ์ข้าวได้รับน้ำมากๆอาจจะทำให้เมล็ดเข้าสู่สภาวะพักตัวใหม่ ดังนั้น จึงต้องแช่เมล็ดข้าวด้วยน้ำ จากผลการทดลองพบว่า เมล็ดข้าวที่แช่ในสารละลายน้ำขี้เถ้าสามารถงอกได้เร็วขึ้น เนื่องจาก สารสะลายน้ำขี้เถ้ามีฤทธิ์เป็นเบส
ซึ่งสารละลายเบสจะทำให้เปลือกเมล็ดอ่อนนุ่มยิ่งขึ้น ก่อนนำไปปลูก เพื่อให้เมล็ดงอกได้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ โสภิตา คำหาญ ซึ่งกล่าวไว้ว่า น้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อการงอกของเมล็ดพันธุ์
 
ข้อเสนอแนะ
             1. ควรศึกษาชนิดของสารละลายที่มีค่า pH แตกต่างกัน
             2. ควรศึกษาการงอกของเมล็ดข้าวพันธุ์อื่น ๆ ให้มากขึ้น

























ระบบนิเวศ
(ECOSYSTEM)

1.  ความหมายของระบบนิเวศ (Ecosystem)
                   ระบบนิเวศเป็นหน่วยที่สำคัญที่สุดในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต   และสิ่งแวดล้อม  เพราะประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด  มีการแลกเปลี่ยนสสาร แร่ธาตุ และพลังงานกับสิ่งแวดล้อม  โดยผ่านห่วงโซ่อาหาร (food chain)  มีลำดับของการกินเป็นทอด ๆ ทำให้สสารและแร่ธาตุมีการหมุนเวียนไปใช้ในระบบจนเกิดเป็นวัฏจักร  ทำให้มีการถ่ายทอดพลังงานไปตามลำดับขั้นเป็นช่วง ๆในห่วงโซ่อาหารได้  การจำแนกองค์ประกอบของระบบนิเวศ ส่วนใหญ่จะจำแนกได้เป็นสององค์ประกอบใหญ่ ๆ คือ องค์ประกอบที่มีชีวิตและองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต

<!--[if !vml]--><!--[endif]-->

ภาพที่ 9. 1 แบบจำลองระบบนิเวศขนาดเล็กแสดงให้เห็นถึงกระบวนการสำคัญ: การไหลของพลังงาน (energy) และ การหมุนเวียนสารเคมี (chemical cycling)


2.  องค์ประกอบของระบบนิเวศ
                 การจำแนกองค์ประกอบของระบบนิเวศแยกตามหน้าที่ในระบบ ได้แก่พวกที่สร้างอาหารได้เอง (autotroph) และสิ่งมีชีวิตได้รับอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่น (heterotroph) อย่างไรก็ตามการจำแนกองค์ประกอบของระบบนิเวศโดยทั่วไปมักประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต (biotic) และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (abiotic)
                         2.1 องค์ประกอบที่มีชีวิต (biotic component) ได้แก่
                                    2.1.1 ผู้ผลิต (producer or autotrophic) ได้แก่สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองได้ จากสารอนินทรีย์ส่วนมากจะเป็นพืชที่มีคลอโรฟิลล์
                                    2.1.2 ผู้บริโภค (consumer) ได้แก่สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ (heterotroph) ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีขนาดใหญ่จึงเรียกว่า แมโครคอนซูมเมอร์ (macroconsumer)
                                    2.1.3 ผู้ย่อยสลายซาก (decomposer, saprotroph, osmotroph หรือ microconsumer) ได้แก่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สร้างอาหารเองไม่ได้ เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา (fungi) และแอกทีโนมัยซีท (actinomycete) ทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วในรูปของสารประกอบโมเลกุลใหญ่ให้กลายเป็นสารประกอบโมเลกุลเล็กในรูปของสารอาหาร (nutrients) เพื่อให้ผู้ผลิตนำไปใช้ได้ใหม่อีก